การเป็นดาราภาพลักษณ์คือสิ่งสำคัญ เพราะไม่ว่าจะทำอะไร จะขยับตัวไปทางไหน ประชาชนก็มักจะให้ความสนใจอยู่ตลอด ยิ่งในช่วงที่โซเชียลเข้ามามีบทบาท ศิลปินดาราหลายคนถูกจับตามองผ่านช่องทางโซเชียล
การจะปั้นรูปขึ้นมาหนึ่งรูปเพื่ออัพให้ประชาชนทั่วไปได้เห็นก็ต้องดูแล้วดูอีก วางแผนจัดองค์ประกอบ มีไม่กี่คนที่อัพภาพแบบเรียลไม่มีการกลั่นกรองก่อน
เมื่อภาพลักษณ์เป็นสิ่งสำคัญ ดาราหลายคนจึงต้องนำเสนอภาพลักษณ์ของตนเองที่ดูดี ดูแพง ไฮโซ สมกับที่เป็นคนดังในสังคม จนลืมไปว่าบางครั้งภาพลักษณ์ที่ดูดีก็ต้องแลกมาด้วยราคาที่แสนแพง ยิ่งนานวันยิ่งสะสมไปโดยไม่รู้ตัว
ที่ผ่านมาเราจะเห็นได้ว่ามีดาราหลายคนที่ประสบปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ จากที่เคยสะสมสินค้าฟุ่มเฟือยที่เป็นทรัพย์สินมูลค่าสูง ก็ถูกนำออกมาจำหน่ายเปลี่ยนจากสินค้าเหล่านั้นให้กลายเป็นเงินในการดำรงชีวิต
โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา คนบันเทิงหลายคนรู้ซึ้งเป็นอย่างดีว่าเวลาที่ไม่มีงาน ไม่มีรายได้เป็นอย่างไร ใครมีเงินเก็บก็โชคดีเอาเงินต้องนั้นมาหมุนเวียนได้
ใครไม่มีเงินเก็บก็นำข้าวของเครื่องใช้แบรนด์เนมมาปล่อย ขายกระเป๋า ขายรถ ขายนาฬิกา แม้จะถูกมองว่าเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย แต่ก็สามารถช่วยให้การเงินผ่านพ้นไปได้ในสภาวะแบบนี้
หลังจากโควิด-19 ผ่านพ้นไปก็ยังมาเจอพิษเศรษฐกิจอีก เกิดวิกฤตแต่ละช่องผลิตละครน้อยลง ขณะที่งานอีเวนต์ต่างก็ๆ ก็มักจะใช้หนุ่มสาวคลื่นลูกใหม่ที่มาจากคอนเทนต์ Boy’s Love หรือ Girl’s Love เป็นหลัก

เมื่อเงินในกระเป๋าส่วนทางกับรายจ่ายที่มากมายมหาศาลที่มีมาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับภาษีทางสังคมที่ต้องสร้างภาพลักษณ์ให้ดูดี ก็ย่อมทำให้เกิดปัญหาค่าใช้จ่ายภายในบ้าน จนต้องไปหยิบยืมเงินเพื่อนฝูงจนกลายเป็นประเด็นขึ้นมา
ที่ผ่านมามีดาราหลายคนที่ปรากฏเป็นข่าวเกี่ยวกับเรื่องการเงินมากมาย ไม่ว่าจะเป็น “ดิว อริสรา” ตกเป็นข่าวว่ามีหนี้สินกว่า 60 ล้านบาท รวมถึงมีกรณีสร้อยและกระเป๋าแบรนด์เนมที่เธอไปหยิบยืมนักธุรกิจเพื่อทำการหมุนเงิน
ล่าสุด “นานา ไรบีนา” ก็มีประเด็นหยิบยืมเงินรวมถึงหลอกในการลงทุนที่มีผู้เสียหายรวมหลักร้อยล้านจนกลายเป็นคดีความใหญ่โตขึ้นมา
ขณะที่นักแสดงหนุ่มมากฝีมือ “ก๊อต จิรายุ” ก็เคยออกมาเปิดใจว่าในอดีตเขาเคยมีหนี้สินท่วมหัว เนื่องจากนิสัยการใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือย จนต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทางการเงินอย่างจริงจัง และผ่านพ้นปัญหาตรงนั้นมาได้ด้วยดี
การเป็นดารากับการใช้จ่ายที่พอดีพองามถือเป็นสิ่งที่หลายคนต้องคิดคำนึง หากยังมีแนวคิดที่ว่าได้มาก จ่ายมาก เพื่อความสุขทางใจ สุดท้ายก็จะติดกับดักทางการเงินและยากที่จะถอนตัวได้
แม้ภาพลักษณ์จะเป็นสิ่งสำคัญแต่อย่าลืมว่ากว่าจะสร้างภาพนั้นขึ้นมาได้ในระยะยาว จะต้องแลกมาด้วยการจ่ายที่แสนแพงมันคุ่มค่าไหมหากภายภาคหน้าจะสร้างปัญหาในกับตัวเอง ตัวอย่างมีให้เห็นมากมาย หากจะทำอะไรต้องคิดให้ดีให้รอบครอบจะได้ไม่สร้างความเดือดร้อนในอนาคต
